คุณเป็นนักท่องเที่ยวแบบไหน: แบบทดสอบ 5 ข้อ พร้อมวิธีจัดกระเป๋าตามสไตล์
เพื่อนบางคนเปิดไฟล์แผนเที่ยวมาพร้อมเวลาออกรถไฟทุกขบวน บางคนขอแค่ได้นอนริมสระทั้งบ่าย บางคนตื่นตีห้าเพื่อเดินให้ครบทุกจุดในแผนที่ และอีกคนวางแผนทั้งทริปจากรายชื่อร้านอาหารกับตลาด ทุกคนเที่ยวสนุกเหมือนกัน แค่สนุกคนละแบบค่ะ
รู้ว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวแบบไหนช่วยได้มากกว่าที่คิด ทั้งตอนเลือกที่พัก ตอนตกลงแผนกับเพื่อนร่วมทริป และตอนจัดกระเป๋า ลองทำแบบทดสอบสั้นๆ 5 ข้อด้านล่าง แล้วดูวิธีแพ็คของที่เข้ากับสไตล์ของตัวเองนะคะ
แบบทดสอบ: คุณเป็นนักท่องเที่ยวแบบไหน
เลือกคำตอบที่ตรงกับตัวเองที่สุดในแต่ละข้อ ไม่ต้องคิดนาน คำตอบแรกที่นึกออกมักตรงที่สุด แล้วจดไว้ว่าตอบ ก ข ค หรือ ง ค่ะ
- ก่อนออกเดินทาง 1 สัปดาห์ คุณกำลังทำอะไร? ก. เช็คตารางเดินทางรายวันรอบสุดท้าย ข. ดูแผนที่ว่าวันเดียวเดินได้กี่จุด ค. เลือกว่าจะจองสปาวันไหน ง. เซฟร้านอาหารกับตลาดไว้เต็มแอปแผนที่
- เช้าวันแรกที่ปลายทาง คุณตื่นมาแล้ว... ก. ออกตามเวลาที่ตั้งไว้ตั้งแต่อยู่บ้าน ข. ออกจากที่พักตั้งแต่ร้านกาแฟยังไม่เปิด ค. กินมื้อเช้าช้าๆ ที่โรงแรมก่อน ง. ตรงไปตลาดเช้าหรือร้านดังที่ต้องต่อคิว
- ที่พักแบบไหนที่คุณเลือก? ก. ใกล้สถานีรถไฟ เดินทางต่อง่าย ข. ที่ไหนก็ได้ ขอแค่ได้นอนอาบน้ำ ค. วิวสวย มีสระว่ายน้ำ ง. ใกล้ย่านช้อปปิ้งและร้านอาหาร
- รูปที่มีมากที่สุดในโทรศัพท์หลังจบทริป? ก. ป้ายสถานที่และตั๋วต่างๆ ข. วิวจากจุดชมวิวหลายสิบจุด ค. เครื่องดื่มริมสระกับวิวทะเล ง. อาหารทุกมื้อและของที่ซื้อมา
- ขากลับ กระเป๋าของคุณเป็นยังไง? ก. หน้าตาเหมือนตอนขาไป จัดไว้เป็นระเบียบ ข. เบากว่าขาไป เพราะของใช้หมดไประหว่างทาง ค. มีชุดว่ายน้ำเปียกห่อถุงอยู่ 1 ถุง ง. เต็มจนต้องนั่งทับให้ปิดซิปได้
นับว่าตอบตัวไหนมากที่สุด ถ้าได้เท่ากัน 2 ตัว แปลว่าเรามี 2 สไตล์ในตัว ใช้เคล็ดลับของทั้ง 2 แบบได้เลยค่ะ
ตอบ ก. มากที่สุด: สายแพลน
สายแพลนสนุกกับทริปที่เดินไปตามแผน ทุกอย่างจองไว้ ทุกวันรู้ว่าจะไปไหน ความสุขของสายนี้คือการได้เห็นแผนที่วางไว้เกิดขึ้นจริงทีละวัน กระเป๋าที่เหมาะคือกระเป๋าที่แบ่งของเป็นชุดตามวัน
- ใช้ถุงจัดระเบียบแยกชุดตามวัน เปิดกระเป๋าแล้วหยิบชุดของวันนั้นได้ทันที
- เก็บสำเนาเอกสารการจองทั้งหมดไว้ในซองเดียว และในโทรศัพท์อีกชุด
- นับจำนวนชิ้นตามจำนวนวันแบบพอดี แล้วเผื่ออีก 1-2 ชิ้นสำหรับวันที่แผนเปลี่ยน
ตอบ ข. มากที่สุด: สายเดินลุย
สายเดินลุยอยากเห็นเมืองให้มากที่สุดต่อวัน เดินได้ทั้งวันและนั่งรถไฟข้ามเมืองได้บ่อยๆ สายนี้ได้ประโยชน์ที่สุดจากกระเป๋าที่เบา เพราะยิ่งย้ายที่พักบ่อย ยิ่งรู้สึกถึงทุกกิโลกรัมที่แบกไป
- เลือกรองเท้าเดินสบาย 1 คู่ที่ผ่านการใส่จริงมาแล้ว และถุงเท้าให้พอวันละ 1 คู่
- เสื้อผ้าผ้าแห้งเร็วโทนเดียวกันที่สลับกันใส่ได้
- วันที่เดินเยอะหลายคนอยากเปลี่ยนชุดชั้นในตัวใหม่ก่อนออกไปมื้อเย็น ทริปยุโรป 2 สัปดาห์ที่เดินวันละหลายหมื่นก้าว นักเดินทางประจำจึงพก 24 ชิ้น อ่านเหตุผลได้ที่ เที่ยวยุโรป 2 อาทิตย์ ทำไมพก 24 ชิ้น
ตอบ ค. มากที่สุด: สายชิล
สายชิลเที่ยวเพื่อพัก ที่พักดีคือครึ่งหนึ่งของทริป ทั้งสระว่ายน้ำ สปา และมื้อเช้าแบบไม่รีบ สายนี้อยากใช้เวลากับวิว ไม่ใช่กับการซักผ้าในห้องน้ำโรงแรม
- ชุดว่ายน้ำ 2 ชุดสลับกัน ตัวหนึ่งใส่ ตัวหนึ่งตากให้แห้ง
- ถุงกันน้ำ 1 ใบสำหรับชุดที่ยังเปียกตอนเช็คเอาท์
- ชุดสบายๆ สำหรับใส่หลังอาบน้ำ และครีมกันแดดกับครีมบำรุงหลังโดนแดด
ตอบ ง. มากที่สุด: สายช้อปสายกิน
สายช้อปสายกินวางทริปจากรายชื่อร้านอาหาร ตลาด และย่านช้อปปิ้ง ขากลับคือช่วงที่สนุกที่สุด เพราะได้เปิดกระเป๋าแจกของฝาก เคล็ดลับของสายนี้คือการเว้นที่ในกระเป๋าตั้งแต่ขาไป
- ตั้งเป้าให้ขาไปใช้พื้นที่กระเป๋าแค่ประมาณ 3 ใน 4
- พับกระเป๋าผ้าใบใหญ่ไปด้วย 1 ใบ แบนจนแทบไม่กินที่
- เลือกของใช้ที่ใช้แล้วหมดไประหว่างทาง ทุกวันที่ผ่านไปกระเป๋าจะมีที่ว่างเพิ่มขึ้นเอง
เทียบกันชัดๆ: แต่ละสไตล์จัดกระเป๋ายังไง
| สไตล์ | ของที่ห้ามลืม | ชุดชั้นใน |
|---|---|---|
| สายแพลน | ถุงจัดระเบียบแยกตามวัน เอกสารการจอง | วันละ 1 ชิ้น เผื่อ 1-2 ชิ้น |
| สายเดินลุย | รองเท้าเดินสบาย เสื้อผ้าผ้าแห้งเร็ว | เผื่อมากกว่าจำนวนวัน สำหรับวันที่เดินเยอะ |
| สายชิล | ชุดว่ายน้ำ 2 ชุด ถุงกันน้ำ ครีมกันแดด | วันละ 1 ชิ้น บวกตัวสำรองหลังว่ายน้ำ |
| สายช้อปสายกิน | กระเป๋าผ้าพับได้ ที่ว่างในกระเป๋า 1 ใน 4 | แบบใส่แล้วทิ้งได้ คืนพื้นที่ให้ของฝาก |
ชุดชั้นใน เรื่องเดียวที่ทุกสไตล์เหมือนกัน
ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไหน ชุดชั้นในคือของที่ทุกคนอยากเปลี่ยนตัวใหม่ทุกวัน และเป็นของที่ซักตากยากที่สุดระหว่างทริป ที่พักหลายแห่งไม่มีที่ตาก และไม่มีใครอยากเสียเวลาเที่ยวไปกับการซักผ้า
นักเดินทางหลายคนจึงเลือกกางเกงในใช้แล้วทิ้งแบบผ้าอย่าง NAKIE ทำจากผ้าทอเนื้อนุ่ม ไม่ใช่กระดาษ ทรงเต็มตัวแบบ boyshort free size สะโพก 32-44 นิ้ว แต่ละตัวอยู่ในซองซีลแยกทีละตัวแบบ food grade แบนและเบา สายแพลนใส่ซองไว้ในถุงของแต่ละวันได้พอดี สายเดินลุยได้กระเป๋าที่เบาลงทุกวัน และสายช้อปได้ที่ว่างเพิ่มสำหรับของฝาก ใส่แล้วทิ้งได้เลย เวลาในทริปจึงเป็นของการเที่ยวทั้งหมด
ทริปญี่ปุ่น 8-10 วันใช้ประมาณ 12 ชิ้น ดูวิธีจัดกระเป๋าได้ที่ เที่ยวญี่ปุ่น 8-10 วัน สูตร 12 ชิ้น ราคา ฿65 ต่อชิ้น ส่ง EMS ฟรีเมื่อซื้อ 12 ชิ้นขึ้นไปค่ะ
รู้สไตล์ของตัวเองแล้ว ทริปหน้าก็จัดกระเป๋าได้ตรงใจขึ้น คุยแผนกับเพื่อนร่วมทริปได้ง่ายขึ้น และได้เที่ยวในแบบที่ทำให้เรามีความสุขที่สุดค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
คุณเป็นนักท่องเที่ยวแบบไหน มีแบบทดสอบให้ทำไหม?
มีค่ะ ในบทความนี้มีแบบทดสอบสั้นๆ 5 ข้อ เลือกคำตอบ ก ข ค หรือ ง ที่ตรงกับตัวเองที่สุด แล้วนับว่าตอบตัวไหนมากที่สุด จะได้ 1 ใน 4 สไตล์ คือสายแพลน สายเดินลุย สายชิล และสายช้อปสายกิน พร้อมวิธีจัดกระเป๋าของแต่ละสไตล์ค่ะ
นักท่องเที่ยวมีกี่แบบ?
ถ้าแบ่งตามวิธีใช้เวลาในทริป แบ่งได้คร่าวๆ 4 แบบ สายแพลนที่ชอบวางแผนทุกอย่างล่วงหน้า สายเดินลุยที่อยากเห็นให้มากที่สุดต่อวัน สายชิลที่เที่ยวเพื่อพักผ่อน และสายช้อปสายกินที่ทริปวนอยู่รอบตลาด ร้านอาหาร และของฝาก คนส่วนใหญ่มีสไตล์หลัก 1 แบบ และมีสไตล์รองอีก 1 แบบค่ะ
ไปเที่ยวกับเพื่อนหรือแฟนที่สไตล์ไม่เหมือนกัน ทำยังไงดี?
คุยกันก่อนออกเดินทางว่าแต่ละคนอยากได้อะไรจากทริป แล้วแบ่งวันให้แต่ละสไตล์ได้วันของตัวเอง หรือแยกกันเที่ยวครึ่งวันแล้วนัดเจอกันมื้อเย็น วิธีนี้ทุกคนได้เที่ยวแบบที่ชอบ และยังมีเรื่องเล่าให้กันฟังตอนกินข้าวค่ะ
เที่ยวต่างประเทศ ควรเตรียมชุดชั้นในกี่ชิ้น?
เริ่มจากวันละ 1 ชิ้นแล้วเผื่ออีก 1-2 ชิ้น จากนั้นปรับตามสไตล์ทริป ทริปญี่ปุ่น 8-10 วันใช้ประมาณ 12 ชิ้น ส่วนทริปยุโรป 2 สัปดาห์ที่เดินวันละหลายหมื่นก้าว นักเดินทางประจำพก 24 ชิ้น เพราะหลายวันอยากเปลี่ยนตัวใหม่ระหว่างวันด้วยค่ะ
ถ้ากำลังจัดกระเป๋าสำหรับทริปหน้า ดูทุกแพ็คของ NAKIE หรือเริ่มจาก NAKIE แพ็ค 12 ชิ้น ที่พอดีกับทริป 8-10 วันได้ที่นี่ค่ะ




