กระเป๋าฉุกเฉินประจำบ้านและรถ: ของจำเป็นที่ควรมีติดไว้
ฝนตกหนักติดกันหลายวัน ข่าวน้ำท่วมขึ้นหน้าฟีดทุกเช้า แล้วเราก็นึกขึ้นมาว่า ถ้าวันนี้ต้องออกจากบ้านภายใน 15 นาที หรือต้องค้างอยู่ในรถหลายชั่วโมงเพราะทางปิด เราจะหยิบอะไรติดตัวไปบ้าง
คำตอบที่ทำให้อุ่นใจที่สุดคือ กระเป๋าฉุกเฉินที่จัดไว้แล้ว 1 ใบที่บ้าน และอีก 1 ใบในรถ ใช้เวลาจัดครั้งเดียวไม่ถึงชั่วโมง แล้วเช็คแค่ปีละ 2 ครั้ง บทความนี้รวบรวมเช็คลิสต์ทั้ง 2 ใบ ของที่ควรเพิ่มช่วงหน้าน้ำ และของชิ้นเล็กที่คนส่วนใหญ่มักลืมใส่ค่ะ
ทำไมควรมี 2 ใบ ที่บ้านและในรถ
เหตุฉุกเฉินไม่ได้เกิดตอนเราอยู่บ้านเสมอไป บางครั้งเราอยู่ระหว่างทาง ถนนปิดเพราะน้ำขัง หรือต้องไปค้างบ้านญาติแบบไม่ได้วางแผน กระเป๋าที่บ้านช่วยให้ออกจากบ้านได้เร็ว ส่วนกระเป๋าในรถช่วยให้ช่วงเวลารอเป็นเรื่องที่รับมือได้ ทั้ง 2 ใบไม่ต้องใหญ่ แค่มีของครบหมวดค่ะ
เช็คลิสต์กระเป๋าฉุกเฉินประจำบ้าน
เลือกกระเป๋าเป้ที่สะพายได้ทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้มือว่างเวลาเดินหรือพาเด็กและผู้สูงอายุไปด้วย แล้วแบ่งของใส่ถุงกันน้ำตามหมวดค่ะ
- น้ำดื่มและอาหารแห้ง ให้พอสำหรับ 3 วัน น้ำคนละประมาณ 3-4 ลิตรต่อวัน รวมน้ำล้างหน้าแปรงฟัน อาหารเลือกแบบเปิดกินได้เลย เช่น ขนมปังกรอบ ปลากระป๋องฝาดึง ถั่ว
- ยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาล ยาที่ใช้ประจำอย่างน้อย 7 วัน พลาสเตอร์ ผ้าก๊อซ แอลกอฮอล์ และยาสามัญที่ใช้บ่อย
- ไฟฉาย ถ่านสำรอง และพาวเวอร์แบงค์ ชาร์จให้เต็มไว้เสมอ
- เอกสารสำคัญ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และกรมธรรม์ ใส่ซองกันน้ำ
- เงินสดย่อย แบงค์ย่อยและเหรียญ เผื่อวันที่ระบบโอนเงินใช้ไม่ได้
- เสื้อผ้าสำหรับ 3 วัน เสื้อแห้งเร็ว กางเกง ถุงเท้า และชุดชั้นในคนละอย่างน้อย 3 ชิ้น
- ของใช้ส่วนตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ทิชชูเปียก ผ้าอนามัย สบู่ขนาดเล็ก และถุงขยะ
- เบอร์ติดต่อบนกระดาษ เบอร์คนในครอบครัว สายด่วนนิรภัย 1784 การแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และเหตุด่วนเหตุร้าย 191 เผื่อโทรศัพท์แบตหมด
ของจำเป็นติดรถ ใบเล็กแต่ใช้บ่อยกว่าที่คิด
กระเป๋าในรถไม่ได้มีไว้แค่วันน้ำท่วม รถติดยาวหลายชั่วโมง เดินทางต่างจังหวัดแล้วต้องค้างคืนกะทันหัน หรือวันที่เปียกฝนกลับบ้าน ก็ได้ใช้ทั้งนั้นค่ะ
- น้ำดื่ม 2-3 ขวด และของว่างที่เก็บในรถได้ เช่น ถั่วหรือขนมปังกรอบ เปลี่ยนใหม่ทุก 3 เดือนเพราะในรถร้อน
- สายชาร์จในรถและไฟฉายขนาดเล็ก
- ชุดปฐมพยาบาลขนาดพกพา
- เสื้อผ้าสำรอง 1 ชุด พร้อมชุดชั้นใน 2-3 ชิ้น
- ผ้าห่มบางหรือผ้าคลุม เสื้อกันฝน และร่มพับ
- ทิชชูเปียก ถุงขยะ และถุงพลาสติกใส่ของเปียก
เตรียมเพิ่มช่วงหน้าน้ำ
ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ที่น้ำเคยขัง ลองเพิ่มของเหล่านี้ไว้ในกระเป๋าใบบ้าน และย้ายกระเป๋าไปเก็บที่ชั้นบนหรือชั้นวางสูงตลอดช่วงหน้าฝนค่ะ
- ถุงกันน้ำหลายขนาด แยกเอกสาร อุปกรณ์ไฟฟ้า และเสื้อผ้าออกจากกัน ถ้ากระเป๋าเปียก ของข้างในยังแห้ง
- รองเท้าที่ลุยน้ำได้ บูทยางหรือรองเท้ารัดส้น ไม่ใช่รองเท้าแตะที่หลุดง่าย
- เสื้อกันฝนและนกหวีด นกหวีดใช้ส่งสัญญาณได้ไกลกว่าเสียงตะโกน
- ติดตามประกาศของหน่วยงานในพื้นที่ และวางแผนจุดนัดพบของคนในบ้านไว้ล่วงหน้า
เสื้อผ้าและชุดชั้นใน ของชิ้นเล็กที่มักถูกลืม
เช็คลิสต์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับน้ำ อาหาร และไฟฉาย แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกสบายตัวที่สุดหลังผ่านวันยาวๆ คือได้เปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งๆ ชุดใหม่ เสื้อนอกยังพอใส่ซ้ำได้ แต่ชุดชั้นในคือของที่ทุกคนอยากเปลี่ยนตัวใหม่ทุกวัน โดยเฉพาะวันที่ไม่มีที่ซักและไม่มีแดดให้ตาก
หลายบ้านเลือกใส่กางเกงในใช้แล้วทิ้งแบบผ้าอย่าง NAKIE ไว้ในกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับเรื่องนี้ ทำจากผ้าทอเนื้อนุ่ม ไม่ใช่กระดาษ ทรงเต็มตัวแบบ boyshort free size สะโพก 32-44 นิ้ว ใส่กับผ้าอนามัยได้ แต่ละตัวอยู่ในซองซีลแยกทีละตัวแบบ food grade แบน เบา และไม่ชื้นไปพร้อมกับของอื่นในกระเป๋า ใส่แล้วทิ้งได้เลย ไม่ต้องหาน้ำซักในวันที่น้ำสะอาดมีค่าค่ะ
ซองที่ซีลแยกทีละซองทำให้เก็บไว้ในกระเป๋าได้นาน วันหมดอายุพิมพ์อยู่หลังซอง ดูพร้อมกับตอนเช็คน้ำและอาหารได้เลย และถ้าใกล้หมดอายุ NAKIE เปลี่ยนให้ใหม่ฟรี ค่ะ อ่านเรื่องการเก็บรักษาเพิ่มได้ที่ กางเกงในใช้แล้วทิ้ง เก็บได้นานไหม
| กระเป๋าใบไหน | สำหรับใคร | เตรียมไว้ |
|---|---|---|
| กระเป๋าในรถ | คนขับและผู้โดยสารประจำ | 2-3 ชิ้น |
| กระเป๋าบ้าน 1-2 คน | 3 วัน วันละ 1 ชิ้นต่อคน | 3-6 ชิ้น พอดีกับแพ็ค 6 ชิ้น |
| กระเป๋าบ้าน 4 คน | 3 วัน วันละ 1 ชิ้นต่อคน | 12 ชิ้น พอดีกับแพ็ค 12 ชิ้น |
ถ้าคนในบ้านอยู่ในช่วงประจำเดือนมามาก เผื่อเพิ่มอีก 2-3 ชิ้นต่อรอบนะคะ ราคา ฿65 ต่อชิ้น ส่ง EMS ฟรีเมื่อซื้อ 12 ชิ้นขึ้นไป
จัดกระเป๋าให้เสร็จใน 4 ขั้น
- รวมของที่มีอยู่แล้วในบ้านก่อน ไฟฉาย ยา สายชาร์จ ส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว แค่ย้ายมาไว้ที่เดียว
- ซื้อเพิ่มเฉพาะที่ขาด น้ำ อาหารแห้ง ถุงกันน้ำ และเสื้อผ้าสำรอง
- เก็บกระเป๋าไว้ที่เดียวและบอกทุกคนในบ้าน ใกล้ประตูหรือบนชั้นสูง หยิบได้ในไม่กี่วินาที
- ตั้งเตือนในปฏิทินทุก 6 เดือน เช็ควันหมดอายุ เปลี่ยนถ่าน ชาร์จพาวเวอร์แบงค์ และปรับเสื้อผ้าให้เข้ากับฤดู
เมื่อกระเป๋าทั้ง 2 ใบจัดไว้พร้อม ข่าวฝนตกหนักก็เป็นแค่ข่าวที่เราติดตามอย่างใจเย็น เพราะรู้ว่าถ้าต้องขยับ เราหยิบกระเป๋าแล้วไปได้ทันทีค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
กระเป๋าฉุกเฉิน ต้องมีอะไรบ้าง?
ของหลักที่ควรมีคือ น้ำดื่มและอาหารแห้งสำหรับ 3 วัน ยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาล ไฟฉายและพาวเวอร์แบงค์ สำเนาเอกสารสำคัญในซองกันน้ำ เงินสดย่อย เสื้อผ้าและชุดชั้นในสำหรับ 3 วัน ของใช้ส่วนตัว และรายชื่อเบอร์ติดต่อที่จดไว้บนกระดาษ จัดรวมไว้ในกระเป๋าใบเดียวที่หยิบได้ทันทีค่ะ
เตรียมของฉุกเฉินช่วงน้ำท่วม ควรเตรียมอะไรเพิ่ม?
ช่วงหน้าน้ำควรเพิ่มถุงกันน้ำหลายขนาดสำหรับแยกเอกสาร เสื้อผ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า รองเท้าบูทยางหรือรองเท้าที่ลุยน้ำได้ เสื้อกันฝน นกหวีด และเก็บกระเป๋าไว้ที่สูง ติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และบันทึกสายด่วนนิรภัย 1784 ไว้ในโทรศัพท์ค่ะ
ของจำเป็นติดรถ ควรมีอะไรบ้าง?
ควรมีน้ำดื่ม ของว่างที่เก็บได้นาน สายชาร์จในรถ ไฟฉาย ชุดปฐมพยาบาลขนาดเล็ก ผ้าห่มบางหรือผ้าคลุม เสื้อผ้าสำรอง 1 ชุดพร้อมชุดชั้นใน ทิชชูเปียก และถุงขยะ ของเหล่านี้ช่วยให้รอได้สบายขึ้นเวลารถติดยาว ทางปิด หรือต้องค้างนอกบ้านแบบไม่ได้วางแผนค่ะ
ควรเช็คกระเป๋าฉุกเฉินบ่อยแค่ไหน?
เช็คทุก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย ดูวันหมดอายุของน้ำ อาหาร ยา และของใช้ที่มีวันหมดอายุ เปลี่ยนถ่านไฟฉาย ชาร์จพาวเวอร์แบงค์ และปรับเสื้อผ้าให้เข้ากับคนในบ้านตอนนี้ ถ้าตั้งเตือนในปฏิทินไว้ 2 ครั้งต่อปี จะไม่ลืมค่ะ
ถ้ากำลังจัดกระเป๋าฉุกเฉินให้ทั้งบ้าน NAKIE แพ็ค 12 ชิ้น พอดีสำหรับ 4 คน 3 วัน ส่วนกระเป๋าในรถหรือบ้านที่อยู่ 1-2 คน แพ็ค 6 ชิ้น ก็เพียงพอค่ะ